ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
หลักสูตรที่เปิดสอน
dot
bulletคอร์สศิลปะสำหรับเด็ก 4- 12 ปี
bulletคอร์สศิลปะสำหรับเด็ก 13 - 15 ปี
bulletคอร์สศิลปะเตรียมเอ็นทรานซ์
bulletคอร์สศิลปะสำหรับบุคคลทั่วไป
bulletคอร์สศิลปะในวันปิดเทอม
dot
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเด็กๆ
dot
bulletโรคแอสเพอร์เกอร์
bulletโรคสมาธิสั้น-ไฮเปอร์
bulletโรคออทิสติก
dot
ความรู้เรื่องศิลปะ
dot
bulletความหมายของศิลปะ
bulletองค์ประกอบศิลป์
bulletทฤษฎีสี
dot
โปรโมชั่น
dot
bulletเรียนศิลปะเด็กแบบรายเดือน
dot
กรุณาใส่อีเมล์พื่อรับข่าวสาร

dot




องค์ประกอบศิลป์
องค์ประกอบศิลป์

Visual art (ทัศนศิลป์) : ศิลปะที่รับรู้ด้วยการเห็น
Visual element (ทัศนธาตุ) : ธาตุที่มองเห้นด้วยตา
Element : ธาตุปัจจัยต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นรูปทรงทางศิลปะ
: เป็นส่วนประกอบมูลฐานของวัตถุสิ่งของแต่ละชนิด รวมทั้งสิ่งที่เป็นนามธรรมด้วย

Basic element

1 จุด (Point)
2 เส้น (Line)
3 น้ำหนัก (Tone)
4 ผิว (Texture)
5 รูปทรง (Form)
6 ที่ว่าง (Space)
7 สี (Color)
8 จังหวะ (Rhythm)

1 จุด (Point)

- เป็นทัศนธาตุเบื้องต้นในงานศิลปะ
- ไม่มีมิติ ความกว้าง ความยาว ความลึก
- เป็นส่วนที่เล็กที่สุด ที่จะมีผลในการสร้างรูปทรงและสร้างพลังความเคลื่อนไหว

ลักษณะของจุด

- จุดเดียว
- จุดกระจาย
- กลุ่มจุด
- จุดที่ต่อเนื่องกัน

2 เส้น (Line)


- เกิดจากจุดที่ต่อเนื่องกัน
- เกิดจากร่องรอยของจุดที่ถูกแรงหนึ่งผลักให้เคลื่อนที่ไป

เส้นพื้นฐาน
- เส้นตรง
- เส้นโค้ง

คุณลักษณะของเส้น
- หนา บาง เข้ม อ่อน เล็ก ใหญ่ คมชัด พร่าเลือน สั่นไหว
- ทิศทางตั้งตรง เฉียง นอน เลี้ยวโค้ง

ความรู้สึกที่เกิดจากเส้น
1 เส้นตรง : แข็งแรง แน่นอน ไม่ประนีประนอม หยาบ ชัยชนะ
2 เส้นโค้งน้อย : อ่อนโยน สบาย เปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหว เฉื่อยชา
3 เส้นโค้งวงแคบ : เปลี่ยนทิศทางรวดเร็ว เคลื่อนไหวรุนแรง
4 เส้นโค้งวงกลม : ทิศทางตายตัว มีระเบียบ นิ่ง
5 เส้นโค้งก้นหอย : เคลื่อนไหว ขยาย หดตัว คลี่คลาย
6 เส้นฟันปลา : หักเหกะทันหัน กระตุก ชะงัก ขัดแย้งรุนแรง


ความรู้สึกที่เกิดจากทิศทางของเส้น

1 เส้นนอน : กลมกลืนกับแรงดึงดูดโลก พักผ่อน สงบ เฉย
2 เส้นตั้ง : สมดุล มั่นคง เด่น เป็นสง่า เงียบขรึม รุ่งเรือง
3 เส้นตรงเฉียง : เคลื่อนไหว นำสายตา ไม่มั่นคง
4 เส้นเฉียงโค้ง : ขาดระเบียบ ตามยถกรรม พุ่งเข้า – ออก อ่อนแรง

3 น้ำหนัก (Tone)

เป็นองค์ประกอบของศิลป์ที่อยู่คู่กันแสง เมื่อส่องกระทบ กับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก

ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของเแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก เงาจะเข้มขึ้น และในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เงาจะไม่ชัดเจน

ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงา และเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอ

ค่าน้ำหนักของแสงและเงานที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนกเป็นลักษณะที่ ต่าง ๆ ได้ดังนี้

1. บริเวณแสงสว่างจัด (Hi-light) เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด จะมี ความสว่างมากที่สุด
ในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นได้ชัด

2. บริเวณแสงสว่าง (Light) เป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสว่างจัด เนื่องจากอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงออกมา และเริ่มมีค่าน้ำหนักอ่อน ๆ

3. บริเวณเงา (Shade) เป็นบริเวณที่ไม่ได้รับแสงสว่าง หรือเป็นบริเวณที่ถูกบดบังจาก แสงสว่าง ซึ่งจะมีค่าน้ำหนักเข้มมากขึ้นกว่าบริเวณแสงสว่าง

4. บริเวณเงานเข้มจัด (Hi-Shade) เป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด หรือ เป็นบริเวณที่ถูกบดบังมาก ๆ หลาย ๆ ชั้น จะมีค่าน้ำหนักที่เข้มมากไปจนถึงเข้มที่สุด

5. บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาของวัตถุทาบลงไป เป็นบริเวณเงาที่อยู่ ภายนอกวัตถุ และจะมีความเข้มของค่าน้ำหนักขึ้นอยู่กับ ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้น หลัง ทิศทางและระยะของเงา

ความสำคัญของค่าน้ำหนัก
1. ให้ความแตกต่างระหว่างรูปและพื้น หรือรูปทรงกับที่ว่าง
2. ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว
3. ให้ความรู้สึกเป็น 2 มิติ แก่รูปร่าง และความเป็น 3 มิติแก่รูปทรง
4. ทำให้เกิดระยะความตื้น - ลึก และระยะไกล้ - ไกลของภาพ
5. ทำให้เกิดความกลมกลืนประสานกันของภาพ

4 ผิว (Texture)

พื้นผิว หมายถึง ลักษณะของบริเวณผิวหน้าของสิ่งต่าง ๆ ที่เมื่อสัมผัสแล้วสามารถ รับรู้ได้ ว่ามีลักษณะอย่างไร คือรู้ว่า หยาบ ขรุขระ เรียบ มัน ด้าน เนียน สาก เป็นต้น ลักษณะที่สัมผัสได้ของพื้นผิว มี 2 ประเภท คือ

1. พื้นผิวที่สัมผัสได้ด้วยมือ หรือกายสัมผัส เป็นลักษณะพื้นผิวที่เป็นอยู่จริง ๆ ของ ผิวหน้าของวัสดุนั้น ๆ ซึ่งสามารถสัมผัสได้จากงานประติมากรรม งานสถาปัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ

2. พื้นผิวที่สัมผัสได้ด้วยสายตา จากการมองเห็นแต่ไม่ใช่ลักษณะที่แท้จริงของผิว วัสดุนั้น ๆ เช่น การวาดภาพก้อนหินบนกระดาษ จะให้ความรู้สึกเป็นก้อนหินแต่ มือสัมผัสเป็นกระดาษ หรือใช้กระดาษพิมพ์ลายไม้ หรือลายหินอ่อน เพื่อปะ ทับ บนผิวหน้าของสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น ลักษณะเช่นนี้ถือว่าเป็นการสร้างพื้นผิวลวงตาให้สัมผัสได้ด้วยการมองเห็นเท่านั้นพื้นผิวลักษณะต่าง ๆ จะให้ความรู้สึกต่องานศิลปะที่แตกต่างกัน พื้นผิวหยาบจะ ให้ความรู้สึกกระตุ้นประสาท หนักแน่น มั่นคง แข็งแรง ถาวร ในขณะที่ผิวเรียบ จะให้ความรู้สึกเบา สบาย การใช้ลักษณะของพื้นผิวที่แตกต่างกัน เห็นได้ชัดเจนจากงานประติมากรรม และมากที่สุด

ในงานสถาปัตยกรรมซึ่งมีการรวมเอาลักษณะ ต่าง ๆ กันของพื้นผิววัสดุหลาย ๆ อย่าง เช่น อิฐ ไม้ โลหะ กระจก คอนกรีต หิน ซึ่งมีความขัดแย้งกันแต่สถาปนิกได้นำมาผสมกลมกลืนได้อย่างเหมาะสม ลงตัวจน เกิดความสวยงาม

5 รูปร่างและรูปทรง (Form & Shape)

รูปทรง (Form) คือ รูปที่ลักษณะเป็น 3 มิติ โดยนอกจากจะแสดงความกว้าง ความยาวแล้ว ยังมีความลึก หรือความหนา นูน ด้วย เช่น รูปทรงกลม ทรงสามเหลี่ยม ทรงกระบอก เป็นต้น ให้ความรู้สึกมีปริมาตร ความหนาแน่น มีมวลสาร ที่เกิดจากการใช้ค่าน้ำหนัก หรือการจัดองค์ประกอบของรูปทรง หลายรูปรวมกัน

รูปเรขาคณิต (Geometric Form) มีรูปที่แน่นอน มาตรฐาน สามารถวัดหรือคำนวณได้ง่าย มีกฎเกณฑ์ เกิดจากการสร้างของมนุษย์ เช่น รูปสี่เหลี่ยมรูปวงกลม รูปวงรีนอกจากนี้ยังรวมถึงรูปทรงของ สิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นอย่างมีแบบแผน แน่นอน เช่น รถยนต์ เครื่องจักรกล เครื่องบิน สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆที่ผลิตโดยระบบอุตสาหกรรม ก็จัดเป็นรูปเรขาคณิตเช่นกัน รูปเรขาคณิตเป็นรูปที่ให้
โครงสร้างพื้นฐานของรูปต่าง ๆ ดังนั้นการสร้างสรรค์รูปอื่น ๆ ควรศึกษารูปเรขาคณิตให้เข้าใจถ่องแท ้เสียก่อน

รูปอินทรีย์ (Organic Form) เป็นรูปของสิ่งที่มีชีวิต หรือ คล้ายกับสิ่งมีชีวิต ที่สามารถ เจริญเติบโต เคลื่อนไหว หรือเปลี่ยนแปลงรูปได้ เช่น รูปของคน สัตว์ พืช

รูปอิสระ (Free Form) เป็นรูปที่ไม่ใช่แบบเรขาคณิต หรือแบบอินทรีย์ แต่เกิดขึ้นอย่างอิสระ ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน ซึ่งเป็นไปตามอิทธิพล และการกระทำจากสิ่งแวดล้อม เช่น รูปก้อนเมฆ ก้อนหิน หยดน้ำ ควันซึ่งให้ความรู้สึกที่เคลื่อนไหว มีพลัง รูปอิสระจะมีลักษณะ ขัดแย้งกับรูปเรขาคณิต แต่กลมกลืน กับรูปอินทรีย์ รูปอิสระอาจเกิดจากรูปเรขาคณิตหรือรูปอินทรีย์ ที่ถูกกระทำจนมีรูปลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม
จนไม่เหลือสภาพ เช่น รถยนต์ที่ถูกชนจนยับเยินทั้งคัน เครื่องบินตก ตอไม้ที่ถูกเผาทำลาย หรือซากสัตว์ ที่เน่าเปื่อยผุพัง

ความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรง
เมื่อนำรูปทรงหลาย ๆ รูปมาวางใกล้กัน รูปเหล่านั้นจะมีความสัมพันธ์ดึงดูด หรือผลักไส ซึ่งกันและกัน การประกอบกันของรูปทรง อาจทำได้โดย ใช้รูปทรงที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน รูปทรงที่ต่อเนื่องกัน รูปทรงที่ซ้อนกัน รูปทรงที่ผนึกเข้าด้วยกัน รูปทรงที่แทรกเข้าหากัน รูปทรงที่สานเข้าด้วยกัน หรือ รูปทรงที่บิดพันกัน การนำรูปเรขาคณิต รูปอินทรีย์ และรูป อิสระมาประกอบเข้าด้วยกัน จะได้รูปลักษณะใหม่ ๆ อย่างไม่สิ้นสุด

6 ที่ว่าง (space)
คือ คู่ของรูปทรงที่ขัดแย้งกันอย่างตรงกันข้าม มีบทบาทในการสร้างและเสริมรูปทรงไม่น้อยกว่าทัศนธาตุทั้งหลาย พจนานุกรมของมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด (Oxford University Dictionary) ให้คำจำกัดความของที่ว่างไว้ 3 ประการ คือ

ประการแรก เป็นที่ว่างภายในขอบเขตที่กำหนดให้ เช่น ที่ว่างภายในห้องที่มีฝาล้อมรอบ
ประการที่สอง เป็นที่ว่างที่เป็นระยะที่วัดได้จากมวลหนึ่งไปยังมวลหนึ่ง
ประการสุดท้าย เป็นการชี้แสดงเวลาหรือระยะเวลาที่ทำหรือเปลี่ยนแปลงไป

เรื่องของที่ว่างหรือช่องว่าง ชลูดนิ่มเสมอได้ให้คำจำกัดความไว้ในทฤษฎีแห่งองค์ประกอบศิลป์ว่า

ความหมายของที่ว่าง
o ปริมาตรของรูปทรงที่กินระวางเนื้อที่อยู่
o อากาศที่โอบล้อมรูปทรง
o ระยะห่างระหว่างรูปทรง (ช่องไฟ)
o ปริมาตรของที่ว่างที่จำกัดด้วยขอบเขต
o แผ่นภาพ 2 มิติที่ศิลปินใช้เขียนภาพ

7 สี ( Color)
เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการทำงานศิลปะ สีจะช่วยให้เกิดความน่าสนใจ และมีชีวิตชีวาแก่ผู้ที่ได้พบเห็น อีกทั้งยังให้ความรู้สึกต่าง ๆ ได้ด้วย สีจึงมีอิทธิพลต่อจิตใจของมนุษย์เราเป็นอันมาก

สี คือลักษณะของแสงที่ปรากฏแก่สายตาให้เห็นเป็นสี (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน) ในทางวิทยาศาสตร์ให้คำจำกัดความของสีว่า เป็นคลื่นแสงหรือความเข้มของแสงที่สายตาสามารถมองเห็น ในทางศิลปะ สี คือ ทัศนธาตุอย่างหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของงานศิลปะ และใช้ในการสร้างงาน ศิลปะ โดยจะทำให้ผลงานมีความสวยงาม ช่วยสร้างบรรยากาศ มีความสมจริง เด่นชัดและน่าสนใจมากขึ้น
สีเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของงานศิลปะ และเป็นองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึก อารมณ์ และจิตใจ ได้มากกว่าองค์ประกอบอื่น ๆ ในชีวิตของมนุษย์มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสีต่าง ๆ อย่างแยกไม่ออก

สีจะให้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น
1. ใช้ในการจำแนกสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เห็นชัดเจน
2. ใช้ในการจัดองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสวยงาม กลมกลืน เช่น การแต่งกาย การจัดตกแต่งบ้าน
3. ใช้ในการจัดกลุ่ม พวก คณะ ด้วยการใช้สีต่าง ๆ เช่น คณะสี เครื่องแบบต่าง ๆ
4. ใช้ในการสื่อความหมาย เป็นสัญลักษณ์ หรือใช้บอกเล่าเรื่องราว
5. ใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อให้เกิดความสวยงาม สร้างบรรยากาศ สมจริงและน่าสนใจ
6. เป็นองค์ประกอบในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ของมนุษย์

8 จังหวะลีลา (Rhythm)
หมายถึง การเคลื่อนไหวที่เกิดจาการซ้ำกันขององค์ประกอบเป็นการซ้ำที่เป็นระเบียบ จากระเบียบธรรมดาที่มีช่วงห่างเท่าๆ กัน มาเป็นระเบียบที่สูงขึ้น ซับซ้อนขึ้นจนถึงขั้นเกิดเป็นรูปลักษณะ ของศิลปะ โดยเกิดจาก การซ้ำของหน่วย หรือการสลับกันของหน่วยกับช่องไฟหรือเกิดจาก การเลื่อนไหล ต่อเนื่องกันของเส้น สี รูปทรง หรือ น้ำหนัก

รูปแบบๆ หนึ่ง อาจเรียกว่าแม่ลาย การนำแม่ลายมาจัดวางซ้ำ ๆ กันทำให้เกิดจังหวะและถ้าจัดจังหวะ ให้แตกต่าง กันออกไป ด้วยการเว้นช่วง หรือสลับช่วง ก็จะเกิดลวดลายที่แตกต่างกันออกไป ได้อย่างมากมาย แต่จังหวะของลายเป็นจังหวะอย่างง่าย ๆ ให้ความรู้สึกเพียงผิวเผิน และเบื่อง่าย เนื่องจากขาดความหมาย เป็นการรวมตัวของสิ่งที่เหมือนกันแต่ไม่มีความหมายในตัวเอง จังหวะที่น่าสนใจ และมีชีวิต ได้แก่ การเคลื่อนไหวของ คนสัตว์ การเติบโตของพืช การเต้นรำ เป็นการเคลื่อนไหว ของโครงสร้าง ที่ให้ความบันดาลใจในการสร้างรูปทรงที่มีความหมาย

เนื่องจากจังหวะของลายนั้น ซ้ำตัวเองอยู่ตลอดไปไม่มีวันจบ และมีแบบรูปของการซ้ำ ที่ตายตัว แต่งานศิลปะ แต่ละชิ้นจะต้องจบลงอย่างสมบูรณ์ และมีความหมายในตัว งานศิลปะทุกชิ้นมีกฎเกณฑ์ และระเบียบที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน งานชิ้นใดที่แสดงระเบียบ กฎเกณฑ์ ที่ชัดเจนเกินไป งานชิ้นนั้นก็จะจำกัดตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับลวดลายที่มองเห็นได้ง่าย ไม่มีความหมาย ให้ผลเพียงความเพลิดเพลินสบายตาแก่ผู้ชม




ความรู้เรื่องศิลปะ

ความหมายและคำนิยามของศิลปะ
ทฤษฎีสี



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 โรงเรียนศิลปะเด็กไทยสร้างสรรค์ By Art For Ent'

วันทำการ อังคาร-อาทิตย์ เวลา 9.00 น. - 18.00 น. 

โทร.  0 2729 5271 / 089 813 9255

 

คำค้นหา : โรงเรียนศิลปะเด็กไทยสร้างสรรค์ , โรงเรียนเด็กไทยสร้างสรรค์ , โรงเรียนศิลปะ , สอนศิลปะ , เรียนศิลปะ ,

ศิลปะเด็ก , ศิลปะ , เด็ก 4-12 ปี , ม.ต้น , ม.ปลาย, เตรียมเอ็นทรานซ์ , ศิลปะสำหรับบุคคลทั่วไป , ปิดเทอม ,

วาดเส้น , องค์ประกอบศิลป์ , นิเทศศิลป์ , ความถนัดสถาปัตย์ , ออกแบบภายใน, ออกแบบแฟชั่น,

fashion design , product design , drawing , cu-tad , inda chula , ออกแบบผลิตภัณฑ์ , addmission , GAT , PAT ,

ทฤษฎีสี , ออกแบบเบื้องต้น , เขียนการ์ตูน , วาดการ์ตูน , วาดรูป , ปั้น , ประดิษฐ์ , ประติมากรรม ,

สีน้ำ , สีน้ำมัน , สีอะคลิลิก , 

ถนนรามคำแหง ,รามคำแหง , บางกะปิ , มีนบุรี , สุขาภิบาล 3, หมู่บ้านสัมมากร , รามคำแหง 110